เมื่อความรู้สาธารณะกลายเป็นของที่ทุกคนเข้าถึงได้เท่ากัน สิ่งที่ยังสร้างความต่างคือความรู้ที่มีอยู่เฉพาะในองค์กรของคุณ
เอกสารงานวิจัยที่ใช้งบลงทุนไปมากมาย ข้อมูลการตลาด บันทึกการสัมภาษณ์ลูกค้า ขั้นตอนการผลิตที่สร้างความได้เปรียบด้านต้นทุน และความรู้ที่อยู่ในพนักงานที่สั่งสมมานานหลายสิบปี เป็นความรู้ที่ถูกล็อคอยู่ในองค์กร ไม่มี AI สาธารณะไหนเข้าถึงได้
แต่ปัญหาก็คือข้อมูลความรู้ทั้งหลายมันไม่ได้ถูกออกแบบให้เชื่อมโยงกันตั้งแต่ต้น อุปมาเหมือนองค์กรทั้งหลายกำลังนั่งทับความรู้ที่ถูกเก็บอยู่ในกล่องแยกกันเป็นพันๆ กล่อง โดยยิ่งนานวันเข้า ปริมาณและความซับซ้อนของรูปแบบและระบบการจัดเก็บข้อมูลยิ่งทำให้หมดปัญญาที่สมองมนุษย์จะสามารถทำความเข้าใจและสร้างความสัมพันธ์ระหว่างข้อมูลแต่ละกล่องได้
และจากความเป็นจริงที่ว่า LLM นั้น ทำงานอยู่บนข้อมูลทางสถิติว่า "คำถัดไปที่น่าจะถูกต้องที่สุดคือคำอะไร" โดยประมวลผลจากฐานข้อมูลหนังสือและข้อมูลในอินเทอร์เน็ตจำนวนมหาศาลที่เคยอ่านมา
ยิ่งมีข้อมูลให้ AI ดูมากแค่ไหน ความแม่นยำในการเดาคำก็มากขึ้นตามไปด้วย
แต่ก็มีบางครั้งที่เราพบว่า AI สาธารณะอาจมีอาการมั่วข้อมูลขึ้นมาเองได้ ที่เรียกว่า Halluciations ในบางสถานการณ์ที่ข้อมูลมีไม่พอ
เพราะโดยธรรมชาติแล้ว AI ไม่ได้เข้าใจในสิ่งที่เราถาม ที่มันตอบถูกเพราะมันเคยผ่านตาการเรียงลำดับตัวอักษรแบบนี้มาแล้วเป็นล้านครั้ง
ซึ่งธรรมชาติของข้อมูลในองค์กรนั้นแตกต่างกัน แม้จะมีข้อมูลมาก แต่ก็ไม่มากขนาดข้อมูลสาธารณะที่มีในโลกอินเตอร์เน็ต
ดังนั้นการเพิ่มเติม โครงสร้างความสัมพันธ์ของข้อมูลอย่างเป็นระบบ เพื่อให้มนุษย์และ AI ได้มีโครงเส้นทางความรู้ที่ตรงกันในการตอบคำถามและสืบค้นที่มาที่ไปของความรู้ว่ามาจากกล่องความรู้กล่องใดบ้างขององค์กร จึงเป็นสิ่งสำคัญ
90 นาที เชิญภัณฑารักษ์หรือบรรณารักษ์ของคุณมาด้วย พร้อมคำถามหนึ่งข้อที่องค์กรตอบไม่ได้
หรือติดต่อโดยตรงที่ hello@neogens.co