สองคำนี้อยู่แทบทุกหน้าของเว็บนี้ หน้านี้อธิบายมันครั้งเดียวให้จบ ไม่มีศัพท์เทคนิคเพิ่มอีกแม้แต่คำเดียว
ontology คือการตกลงกันไว้ล่วงหน้าว่า องค์กรนี้เก็บของกี่ประเภท แต่ละประเภทเรียกว่าอะไร และประเภทไหนเกี่ยวกับประเภทไหน
สมมติว่าในแบบมี วัตถุ กับ ผู้สร้าง วัตถุทุกชิ้นมีชื่อที่คนเรียกกัน ผู้สร้างทุกคนมีถิ่นที่ทำงาน และวัตถุต่อกับผู้สร้างด้วยคำเดียวคือ “ทำโดย” ถึงตรงนี้ยังไม่มีของจริงสักชิ้นถูกกรอกลงไป
เขียนครั้งเดียว ใช้ได้ทั้งองค์กร
พอเอาของที่องค์กรถือไว้จริงมาใส่ตามแบบ ก็ได้ knowledge graph ขันลงหินหนึ่งใบ ทำโดย ช่างบ้านบุ ขันใบนั้นมีชื่อของมันเอง ช่างมีถิ่นของเขาเอง เส้นทุกเส้นที่ลากไว้ในแบบ ตอนนี้มีของจริงห้อยอยู่
ความต่างที่คุ้มค่าอยู่ตรงนี้ ในระบบทั่วไป ความเกี่ยวข้องระหว่างขันกับช่าง ต้องประกอบขึ้นใหม่ทุกครั้งที่มีคนถาม แต่ในกราฟ เส้นนั้นถูกเก็บไว้อยู่ก่อนแล้ว มีชื่อ มีทิศทาง และเดินตามได้
พิพิธภัณฑ์สองแห่งเก็บของประเภทเดียวกันได้ แต่ถ้าแห่งหนึ่งมีภารกิจด้านการศึกษา อีกแห่งมีภารกิจด้านการวิจัย เส้นที่ต้องลากก็ไม่เหมือนกัน
ontology สำเร็จรูปจึงตอบไม่ได้ทั้งสองแห่ง เราออกแบบจากภารกิจขององค์กร ไม่ใช่จากแม่แบบของอุตสาหกรรม
AI ทั่วไปเดาจากรูปประโยค ส่วน AI ที่ทำงานบน knowledge graph เดินตามเส้นที่องค์กรลากไว้เอง
คำตอบจึงสาวกลับไปหาหลักฐานได้ ถามซ้ำแล้วได้คำตอบเดิม และไม่พูดเกินสิ่งที่องค์กรยืนยัน
ontology ที่ตรงกับภารกิจ คือสิ่งที่ทำให้ AI ทำงานให้องค์กรได้ ไม่ใช่ทำงานแทนองค์กร
ส่วนที่ยากของงานนี้จึงไม่ใช่เทคโนโลยี แต่คือการทำให้แต่ละแผนกตกลงกันว่าอะไรคืออะไร ซึ่งเป็นงานที่มีแต่คนขององค์กรเท่านั้นที่ทำได้
90 นาที เชิญภัณฑารักษ์หรือบรรณารักษ์ของคุณมาด้วย พร้อมคำถามหนึ่งข้อที่องค์กรตอบไม่ได้
หรือติดต่อโดยตรงที่ hello@neogens.co