โดเมนที่สอง · ภาค 3 จาก 3

เปลี่ยนข้อมูลกาแฟเป็นความรู้ของคนกาแฟ

ชวนวงการมาร่วมสร้าง Coffee Knowledge Vault สาธารณะ บน ontology, knowledge graph และ AI — ดูภาพจำลองว่าคลังที่ใช้งานจริงหน้าตาเป็นอย่างไร

08จะทำอย่างไรให้สมบัติร่วมยังเป็นของร่วม

สมบัติร่วมทางความรู้ล้มเหลวด้วยรูปแบบที่คาดเดาได้ ถูกผู้บันทึกและร่วมสร้างคลังความรู้กาแฟรายใหญ่ยึด แตกเป็นเวอร์ชันที่คุยกันไม่รู้เรื่อง เต็มไปด้วยของที่ตรวจสอบไม่ได้ หรือองค์กรที่ดูแลค่อย ๆ เปลี่ยนมันเป็นสินค้าเงียบ ๆ ข้อเสนอที่จริงจังต้องบอกให้ได้ว่าจะไม่ทำแบบนั้นอย่างไร

เรามีข้อผูกพันสี่ข้อ

โครงสร้างเปิด

ทั้ง ontology, schema และคลังคำศัพท์อ้างอิงเผยแพร่หมด ใครจะเอาไปทำระบบของตัวเอง ขยายต่อ หรือเถียงกับมันก็ได้ สมบัติร่วมที่โครงสร้างเป็นความลับ ไม่ใช่สมบัติร่วม

ผู้บันทึกและร่วมสร้างคลังความรู้กาแฟยังถือสิทธิ์ในข้อมูลของตัวเอง

ข้อมูลฟาร์มของเกษตรกรเป็นของเกษตรกร พกไปได้ ส่งออกได้ ให้สิทธิ์ผู้ซื้อที่เลือกเองได้ และถอนคืนจากคนที่ไม่เลือกได้ เรื่องกรรมสิทธิ์ควรอยู่ตรงนี้ คือเป็นกฎการกำกับดูแลที่ทำให้การเข้าร่วมเป็นความสมัครใจและทำให้คลังซื่อสัตย์ ไม่ใช่เป็นหัวข้อหลักของการถกเถียง

ทุกอย่างต้องมีที่มากำกับ

ทุกข้อเท็จจริงในคลังพกแหล่งที่มาและสถานะการตรวจสอบติดตัว นั่นคือสิ่งที่กันทั้งการยึดครองและของเสีย ผู้บันทึกและร่วมสร้างคลังความรู้กาแฟรายใหญ่เขียนทับของเดิมไม่ได้ ทำได้แค่เพิ่ม claim ที่จะอยู่หรือจะร่วงตามหลักฐานของมันเอง

แยกการดูแลออกจากการเป็นเจ้าของ

Neo Gens ลงทุนและดูแลงานนี้ แต่ Neo Gens ไม่ได้เป็นเจ้าของความรู้ และการออกแบบตั้งใจให้ไม่น่าซื้อกิจการ เพราะส่วนที่มีค่าที่สุดถูกเผยแพร่ไปแล้ว

ทั้งหมดนี้ไม่ใช่การกุศล และควรพูดกันตรง ๆ เราคิดว่าสมบัติร่วมทางความรู้ที่ทำงานได้จริงจะทำให้ทั้งวงการกาแฟพิเศษทำงานได้ผลิตผลมากขึ้น และองค์กรที่รู้วิธีสร้างและใช้ความรู้ที่มีโครงสร้างจะไปได้ดีในโลกแบบนั้น นั่นคือธุรกิจที่เราทำอยู่ แต่ตัวคลังต้องเป็นของสาธารณะ เพราะคลังที่บริษัทเดียวเป็นเจ้าของ ก็แค่ฐานข้อมูลที่การตลาดดีขึ้น และไม่ควรมีใครเอาข้อมูลของตัวเองไปไว้

09หลักฐาน: ข้อมูลจริงชุดแรก

ความทะเยอทะยานระดับโลกต้องมีหลักฐานระดับพื้นที่ เราจึงเล่าตามตรงว่างานเดินมาถึงไหน

เราเลือกประเทศไทยเป็นพื้นที่แรกที่จะนำข้อมูลจริงเข้าระบบ ด้วยเหตุผลที่ทำให้เราเองก็แปลกใจ ไทยผลิตกาแฟปีละราว 16,000 ตัน แต่ดื่มในประเทศราว 95,500 ตัน ต้องนำเข้าราว 80,000 ตันในปี 2568 ส่วนการส่งออกกาแฟสารและกาแฟคั่วทั้งปี 2567 คิดเป็นมูลค่าราว 9.2 ล้านดอลลาร์ อยู่อันดับที่ 87 ของโลก เกษตรกรไทยขายในประเทศเป็นหลัก ในตลาดที่ต้องการกาแฟมากกว่าที่ประเทศผลิตได้ถึงหกเท่า EUDR ไม่ใช่ปัญหาของพวกเขา

ข้อเท็จจริงนี้ทำให้ไทยเป็นสนามทดสอบที่ดีขึ้น ไม่ใช่แย่ลง ถ้าคลังความรู้ได้ข้อมูลเฉพาะตอนมีกฎหมายบังคับ มันก็เป็นแค่สินค้าสำหรับทำตามกฎ ในไทยเหตุผลเดียวที่ใครจะนำข้อมูลเข้าระบบคือคลังให้กลับไปมากกว่าที่เอาไป เกณฑ์นี้ยากกว่ามาก และซื่อสัตย์กว่ามาก

สิ่งที่มีอยู่แล้ววันนี้ ontology ของโดเมนที่ต่อยอดจากงานวิชาการเรื่องความรู้กาแฟไทย แล้วขยายด้วยโมดูลสายโซ่อุปทานและความน่าเชื่อถือของข้อมูล schema บน Neo4j ที่ใช้ล็อตเป็นจุดเชื่อมกลาง คลังคำบรรยายรสสองชุดคือวงล้อสากลและวงล้อเอเชีย เชื่อมกันด้วยการจับคู่ที่คัดด้วยมือ ไปป์ไลน์แปดขั้นจากข้อความในแอปแชตจนถึงการเขียนเข้ากราฟที่ผ่านการตรวจ ชั้น claim และ evidence ที่อธิบายไว้ข้างบน และทะเบียนคำถามที่มีหกคำถามสำคัญถูกเขียนเป็นคิวรีและผ่านการทดสอบบนชุดข้อมูลสาธิตแล้ว ผลงานชิ้นแรกที่จับต้องได้คือโปรไฟล์ล็อตหนึ่งหน้าสำหรับโรงคั่ว ซึ่งผลิตออกมาได้ครบทั้งสาย และ ontology ถูกออกแบบให้พร้อมรวมเป็นเครือข่าย ฟาร์มที่ลงทะเบียนในโคลอมเบีย เอธิโอเปีย หรือฮอนดูรัส จึงเข้ามาอยู่ในโครงสร้างเดียวกับฟาร์มในเชียงราย

สิ่งที่ยังไม่มี คือคนนำข้อมูลจริงเข้าระบบ สหกรณ์นำร่อง การสัมภาษณ์ในพื้นที่ที่จะทดสอบว่าคำถามของเราตรงกับสิ่งที่เกษตรกรถามจริงหรือไม่ และวงคัปปิ้งที่จะตรวจสอบวงล้อรสแบบเอเชีย ทั้งหมดนี้เป็นเฟสถัดไป ไม่ใช่เฟสที่จบแล้ว ทุกคำถามในทะเบียนยังมีสถานะเป็นร่าง เพราะมันมาจากงานวิจัย ไม่ได้มาจากปากเกษตรกร และเราจะไม่เลื่อนสถานะจนกว่าจะได้นั่งคุยกับคนปลูกจริง

เราเลือกที่จะเขียนความต่างข้อนี้ให้ชัด แทนที่จะปัดขึ้นให้ดูดี วงการนี้มีโครงการนำร่องที่เล่าด้วยกริยาอดีตมากพออยู่แล้ว

10คำชวน

คลังที่มีผู้ร่วมสร้างคนเดียวคือฐานข้อมูล สิ่งที่เราขอคือผู้บันทึกและร่วมสร้างคลังความรู้กาแฟรุ่นแรก

  • สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร ที่พร้อมนำข้อมูลจริงชุดแรกเข้าระบบในแหล่งปลูกที่สอง และพร้อมบอกเราว่าโครงสร้างนี้เข้าใจอะไรผิดเกี่ยวกับวิธีที่กาแฟทำงานจริงในพื้นที่ของเขา
  • โรงคั่ว ที่จะนำข้อมูลคัปปิ้งเข้าระบบ และใช้โปรไฟล์จากต้นทางในการตัดสินใจรับซื้อจริง พร้อมบอกตรง ๆ เมื่อโปรไฟล์ยังไม่ดีพอจะใช้
  • โรงแปรรูปและผู้ส่งออก ที่เห็นเหตุผลของการนำข้อมูลกระบวนการและข้อมูลตามกฎเข้าระบบครั้งเดียว แทนที่จะทำเอกสารฟาร์มชุดเดิมใหม่ทุกฤดู
  • นักวิจัย สถาบันวิชาการ และหน่วยงานประจำแหล่งปลูก ที่มีความรู้เชิงเกษตรหรือคลังคำบรรยายรสประจำถิ่น ซึ่งควรอยู่ในโครงสร้างร่วมมากกว่าอยู่ในไฟล์ PDF
  • องค์กรพัฒนาและผู้ให้ทุน ที่สนใจโครงสร้างพื้นฐานทางความรู้ ในฐานะส่วนเสริมของงานที่ยากกว่าอย่างเรื่องราคาและสัญญา ไม่ใช่ในฐานะสิ่งทดแทน
  • คนทำงานด้าน ontology และ knowledge graph ที่ยินดีอ่าน schema แล้วเถียงกับมัน

วงการกาแฟจ่ายค่าความรู้ทั้งหมดนี้ไปแล้ว และจ่ายซ้ำหลายรอบ ทั้งในรูปการสำรวจที่ทำซ้ำ คำอ้างเรื่องคุณภาพที่พิสูจน์ไม่ได้ การตัดสินใจรับซื้อบนข้อมูลบาง ๆ และความเชี่ยวชาญที่เกษียณไปพร้อมกับคนที่ถือมันไว้ สิ่งเดียวที่ยังขาดคือที่ร่วมสำหรับวางมันไว้ และโครงสร้างที่ทำให้มันทบต้น

เรื่องแบบนี้เป็นเรื่องที่คนกลุ่มหนึ่งตัดสินใจลงมือสร้างได้ เราอยากช่วยสร้าง และอยากมีเพื่อนร่วมทาง

Coffee KM เป็นโครงการเพื่อสาธารณะ ดูแลโดย Neo Gens สำนักที่ปรึกษาด้าน Modern Knowledge Management ทั้ง ontology, schema และคลังคำศัพท์เผยแพร่แบบเปิด ติดต่อเราได้ถ้าสนใจร่วมสร้างคลังความรู้

แหล่งอ้างอิง

ร่วมเป็นผู้สร้างคลังความรู้รุ่นแรก

คลังยังรอข้อมูลจริงชุดแรกอยู่

ถ้าอยากเป็นคนนำข้อมูลชุดแรกเข้าคลัง ทิ้งข้อมูลติดต่อไว้ แล้วเราจะติดต่อกลับ

ได้รับแล้ว เราจะติดต่อกลับภายในสองวันทำการ

ส่งถึง hello@neogens.co หรือเขียนตรงไปที่นั่นก็ได้

ติดต่อเรา